โหราศาสตร์ไทย

สีมงคลตามวันเกิด เสริมดวงการงาน การเงิน และโชคลาภตามตำราทักษา

11 ตุลาคม 2569 · อ่าน 8 นาที

ทำความเข้าใจหลักการใช้สีมงคลตามวันเกิดและสีกาลกิณีตามคัมภีร์ทักษาปกรณ์ เพื่อเลือกคู่สีที่เสริมสร้างพลังงานด้านบวกในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง

คำตอบสั้น

สีมงคลตามวันเกิด คือการเลือกใช้เฉดสีที่สัมพันธ์กับพลังของดาวพระเคราะห์ประจำวันเกิดตามหลักคัมภีร์มหาทักษาของโหราศาสตร์ไทย โดยการจัดวรรคภูมิ เช่น ศรี มูละ มนตรี หรือเดช จะช่วยส่งเสริมพลังงานด้านโชคลาภ ความสำเร็จ และความเมตตา ขณะที่การหลีกเลี่ยงวรรคกาลกิณีจะช่วยลดทอนอุปสรรคและความขัดแย้งในชีวิตประจำวัน

ประเด็นสำคัญ

  • ✓สีมงคลตามวันเกิดมีที่มาจากกำลังของเทวดานพเคราะห์ในคัมภีร์มหาทักษาของโหราศาสตร์ไทย
  • ✓การนับวันเกิดตามหลักโหราศาสตร์ไทยจะเปลี่ยนวันใหม่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจริงในเวลาเช้า ไม่ใช่เวลาเที่ยงคืนสากล
  • ✓วรรคทักษาแบ่งหน้าที่ของสีออกเป็น 8 ด้านเด่นชัด เช่น ศรีช่วยเรื่องโชคลาภ เดชช่วยเรื่องอำนาจบารมี และมนตรีช่วยเรื่องผู้ใหญ่อุปถัมภ์
  • ✓สีกาลกิณีคือสีประจำดาวที่เป็นปฏิปักษ์กับวันเกิดตามวงรอบทักษา จึงนิยมหลีกเลี่ยงสำหรับงานสำคัญเพื่อความสบายใจ

สีมงคลตามวันเกิด คืออะไรและมีความเป็นมาอย่างไร

สีมงคลตามวันเกิด คือศาสตร์การเลือกใช้เฉดสีเพื่อส่งเสริมพลังงานดวงชะตาที่มีรากฐานมาจากคัมภีร์มหาทักษาในวิชาโหราศาสตร์ไทยโบราณ บูรพาจารย์ได้สังเกตรอบการโคจรของดวงดาวและธาตุประจำตัวของดาวนพเคราะห์แต่ละองค์ จึงกำหนดให้มีสีสันที่สอดคล้องกับพลังงานธรรมชาติของดาวนั้นๆ เพื่อนำมาใช้ปรับสมดุลและเสริมมงคลในชีวิต

ตามตำราโหราศาสตร์ไทย มนุษย์แต่ละคนจะมีดาวพระเคราะห์ประจำวันเกิดคอยคุ้มครองและให้คุณลักษณะเฉพาะตัว การนำสีที่สอดคล้องกับตำแหน่งดาวที่ส่งเสริมกันมาใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อผ้า รถยนต์ หรือของใช้ส่วนตัว จึงเปรียบเสมือนการเปิดรับคลื่นพลังงานที่ดีและสร้างความมั่นใจในการดำเนินชีวิต

ข้อสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการนับวันเกิดแบบไทยจะตัดรอบวันใหม่ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจริงช่วงเช้าตรู่ประมาณ 06.00 น. แตกต่างจากระบบสากลที่เปลี่ยนวันเวลาเที่ยงคืน ผู้ที่เกิดระหว่างเวลาเที่ยงคืนถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจึงต้องนับเป็นวันก่อนหน้าตามหลักการผูกดวงสุริยยาตร์

หลักทักษาปกรณ์แบ่งกลุ่มสีถูกโฉลกตามวันเกิดอย่างไร

หลักทักษาปกรณ์จัดระเบียบพลังงานของสีถูกโฉลกตามวันเกิดออกเป็น 8 ภูมิสำคัญ โดยเริ่มนับจากดาววันเกิดเป็นบริวารแล้วเวียนทักษิณาวรรตไปตามลำดับ ตำแหน่งของแต่ละภูมิจะบอกถึงผลลัพธ์ในการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างเป็นระบบ

การทำความเข้าใจภูมิทั้งแปดจะช่วยให้เลือกใช้สีได้ตรงกับเป้าหมายที่ต้องการส่งเสริมในแต่ละวัน โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงสีเสริมดวงแบบกว้างๆ เพียงอย่างเดียว

  • ◆บริวาร หมายถึง มิตรภาพ คนใกล้ชิด ลูกน้อง และความสามัคคีในครอบครัว
  • ◆อายุ หมายถึง สุขภาพ พลานามัย ความราบรื่น และชีวิตที่ปราศจากโรคภัย
  • ◆เดช หมายถึง อำนาจบารมี ชัยชนะในการแข่งขัน และความน่าเกรงขาม
  • ◆ศรี หมายถึง โชคลาภ ทรัพย์สินเงินทอง เสน่ห์เมตตามหานิยม และความสุขสงบ
  • ◆มูละ หมายถึง ความมั่นคง ฐานะ มรดก หลักทรัพย์ และความยั่งยืนของกิจการ
  • ◆อุตสาหะ หมายถึง ความขยันขันแข็ง ความมุ่งมั่น และความสำเร็จจากน้ำพักน้ำแรง
  • ◆มนตรี หมายถึง ผู้หลักผู้ใหญ่อุปถัมภ์ การช่วยเหลือเกื้อกูล และความเมตตาจากหัวหน้า
  • ◆กาลกิณี หมายถึง อุปสรรค ความขัดแย้ง ความสูญเสีย และสิ่งที่ไม่พึงประสงค์

สีมงคลตามวันเกิดและสีกาลกิณีประจำวันทั้ง 7 วันมีอะไรบ้าง

ตารางสีถูกโฉลกตามวันเกิดและสีกาลกิณีถูกคำนวณขึ้นจากความสัมพันธ์ของดาวเคราะห์ในระบบทักษา โดยจำแนกตามวันเกิดทั้ง 7 วัน รวมถึงช่วงพุธกลางคืนตามหลักโหราศาสตร์ไทย ดังนี้

การเลือกใช้สีเหล่านี้สามารถผสมผสานในเครื่องแต่งกาย กระเป๋า หรือเครื่องประดับ เพื่อเสริมความมั่นใจในการเข้าสังคมหรือติดต่องานสำคัญ

  • ◆วันอาทิตย์ (ดาวอาทิตย์): สีเสริมเดชคือชมพู, สีเสริมศรีคือเขียว, สีเสริมมนตรีคือเทาหรือดำ, สีกาลกิณีคือน้ำเงินหรือฟ้า
  • ◆วันจันทร์ (ดาวจันทร์): สีเสริมเดชคือเขียว, สีเสริมศรีคือดำหรือม่วง, สีเสริมมนตรีคือฟ้าหรือน้ำเงิน, สีกาลกิณีคือแดง
  • ◆วันอังคาร (ดาวอังคาร): สีเสริมเดชคือดำหรือม่วง, สีเสริมศรีคือส้มหรือทอง, สีเสริมมนตรีคือแดง, สีกาลกิณีคือขาวหรือครีม
  • ◆วันพุธกลางวัน (ดาวพุธ): สีเสริมเดชคือส้มหรือทอง, สีเสริมศรีคือเทาหรือควันบุหรี่, สีเสริมมนตรีคือขาวหรือเหลืองอ่อน, สีกาลกิณีคือชมพู
  • ◆วันพุธกลางคืน (ดาวราหู): สีเสริมเดชคือแดง, สีเสริมศรีคือขาวหรือเงิน, สีเสริมมนตรีคือดำหรือม่วง, สีกาลกิณีคือส้มหรือทอง
  • ◆วันพฤหัสบดี (ดาวพฤหัสบดี): สีเสริมเดชคือฟ้าหรือน้ำเงิน, สีเสริมศรีคือแดง, สีเสริมมนตรีคือเขียว, สีกาลกิณีคือดำ ม่วง หรือน้ำตาลเข้ม
  • ◆วันศุกร์ (ดาวศุกร์): สีเสริมเดชคือขาวหรือเหลือง, สีเสริมศรีคือชมพู, สีเสริมมนตรีคือส้มหรือทอง, สีกาลกิณีคือเทาหรือดำด้าน
  • ◆วันเสาร์ (ดาวเสาร์): สีเสริมเดชคือเทาหรือควันบุหรี่, สีเสริมศรีคือฟ้าหรือน้ำเงิน, สีเสริมมนตรีคือชมพู, สีกาลกิณีคือเขียว

สีมงคลวันอังคาร วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ ควรเลือกใช้อย่างไร

สีมงคลวันอังคาร มีจุดเด่นด้านพลังแห่งความกล้าหาญและความรวดเร็วตามคุณลักษณะของดาวอังคาร สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคารที่ต้องการความน่าเชื่อถือและอำนาจในการเจรจาควรเน้นโทนสีม่วงเข้มหรือสีดำซึ่งเป็นวรรคเดช ส่วนวันที่ต้องการเข้าหาผู้ใหญ่ให้ใช้สีแดงซึ่งเป็นวรรคมนตรี และควรระวังสีขาวซึ่งเป็นสีกาลกิณีในวันที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ

สีมงคลวันพฤหัสบดี สะท้อนถึงปัญญา สัจจะ และความดีงามของดาวครู สีส้มและสีทองเป็นสีประจำดาวพฤหัสบดีเอง (วรรคบริวาร) ใช้เสริมเรื่องคนรอบตัวและความสามัคคี แต่หากต้องการโชคลาภการเงินแบบโดดเด่นควรเลือกสีแดงซึ่งเป็นวรรคศรี สำหรับการเจรจาขอความช่วยเหลือควรเลือกสีเขียวเหนี่ยวมนต์เมตตา โดยควรเลี่ยงสีดำหรือสีม่วงเข้มซึ่งตกเป็นวรรคกาลกิณี

สีมงคลวันเสาร์ เชื่อมโยงกับความอดทน สุขุม และความรอบคอบของดาวเสาร์ หากคนเกิดวันเสาร์ต้องการเปิดรับโชคลาภหรือสร้างเสน่ห์ แนะนำให้ใช้สีฟ้าหรือน้ำเงินสดใสซึ่งเป็นวรรคศรีเพื่อลดความตึงเครียดของบุคลิกภาพ ขณะที่สีชมพูจะช่วยเรื่องผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ทั้งนี้ควรเว้นสีเขียวในโอกาสสำคัญเนื่องจากเป็นวรรคกาลกิณีประจำวันเสาร์

สีกาลกิณีส่งผลเสียต่อดวงชะตาจริงหรือไม่

สีกาลกิณีตามหลักทักษาปกรณ์ไม่ได้หมายถึงสีที่จะนำพาโชคร้ายร้ายแรงเสมอไป หากแต่เป็นพลังงานของธาตุที่ทำมุมขัดแย้งกับดาวกำเนิดของตนเอง ทำให้จิตใจอาจรู้สึกไม่สงบ หรือพบความล่าช้าในขั้นตอนการทำงานมากกว่าปกติเมื่อเทียบกับการใช้สีที่เป็นมิตร

ในทางจิตวิทยาและการประยุกต์ใช้ สีมีผลต่ออารมณ์และการรับรู้ของบุคคลรอบข้าง การหลีกเลี่ยงสีกาลกิณีในวาระพิเศษ เช่น วันสัมภาษณ์งาน วันลงนามสัญญา หรือวันออกรถใหม่ จึงเป็นกุศโลบายเพื่อสร้างความสบายใจและลดความกังวลในระดับจิตใต้สำนึก

หากมีความจำเป็นต้องสวมใส่เครื่องแต่งกายที่เป็นสีกาลกิณี เช่น ชุดยูนิฟอร์มประจำองค์กร ตำราโหราศาสตร์แนะนำให้แก้เคล็ดด้วยการพกพาเครื่องประดับ กระเป๋า หรือผ้าเช็ดหน้าในเฉดสีที่เป็นภูมิศรีหรือมนตรี เพื่อดึงพลังงานด้านบวกเข้ามาถ่วงดุลและสร้างความกลมกลืน

สรุปแนวทางการประยุกต์ใช้สีมงคลตามวันเกิดในชีวิตประจำวัน

การประยุกต์ใช้สีมงคลตามวันเกิดให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอดีและความเหมาะสมกับกาลเทศะ สีมงคลเป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือช่วยเสริมขวัญกำลังใจ แต่ความสำเร็จที่แท้จริงย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำ สติปัญญา และความเพียรพยายามของตนเองเป็นหลัก

สำหรับผู้ที่ต้องการความละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น โหราศาสตร์ไทยยังมีระบบลัคนาราศีเกิดจากการคำนวณเวลาเกิดและพิกัดสถานที่เกิดจริงตามคัมภีร์สุริยยาตร์ ซึ่งช่วยบอกดาวเกษตรประจำตัวและดาวศุภเคราะห์ที่ให้คุณเฉพาะบุคคลได้ละเอียดกว่าการดูจากวันเกิดเพียงอย่างเดียว

คุณสามารถดูพื้นดวงชะตาและดาวประจำตัวได้ผ่านบริการผูกดวงฟรีของซินแสไทม์ ซึ่งคำนวณตามหลักคัมภีร์สุริยยาตร์ หรือปรึกษาเพิ่มเติมผ่านทาง LINE Official Account @951takyv เพื่อเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจตนเองและวางแผนชีวิตอย่างมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย

การนับวันเกิดเพื่อดูสีมงคลตามหลักโหราศาสตร์ไทยเริ่มนับเวลาใด?

โหราศาสตร์ไทยเริ่มนับวันใหม่เมื่อเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจริงในท้องถิ่น ซึ่งโดยทั่วไปจะถือเกณฑ์ประมาณ 06.00 น. หากคุณเกิดในคืนวันจันทร์เวลาตีสอง สากลจะนับเป็นวันอังคารแล้ว แต่ตามตำราไทยยังคงถือว่าเป็นคนเกิดวันจันทร์

หากจำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าที่เป็นสีกาลกิณีไปทำงานควรทำอย่างไร?

หากหลีกเลี่ยงสีกาลกิณีไม่ได้เนื่องจากกฎระเบียบหรือยูนิฟอร์ม สามารถปรับสมดุลได้โดยการพกของใช้ติดตัวขนาดเล็ก เช่น ปากกา กระเป๋าสตางค์ หรือเครื่องประดับที่เป็นสีภูมิศรีหรือภูมิมนตรี เพื่อช่วยเหนี่ยวนำพลังงานที่ดีเข้ามาหักล้างพลังงานที่ขัดแย้ง

สีมงคลตามวันเกิดกับสีมงคลตามลัคนาราศี ต่างกันอย่างไร?

สีมงคลตามวันเกิดคำนวณจากรอบภูมิของคัมภีร์ทักษาปกรณ์โดยดูเพียงวันในสัปดาห์ ส่วนสีมงคลตามลัคนาราศีคำนวณจากเวลาเกิดและสถานที่เกิดจริงเพื่อหาดาวตนุลัคน์และดาวศุภเคราะห์ให้คุณในดวงเดิม ซึ่งให้รายละเอียดเชิงลึกและจำเพาะเจาะจงกับโครงสร้างดวงชะตามากกว่า

เขียนและตรวจทานโดยทีมซินแสไทม์ · อัปเดต 11 ตุลาคม 2569 · วิธีคำนวณดวงของเรา · ดูดวงฟรีตามวันเกิด

แชร์บทความนี้:LINEFacebookX

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมด 11 เรื่อง · ดูทั้งหมด